CHANGE INNOVATION MARKET 2025 (SET B)

เดินตลาดนัดนวัตกรรม ชม 18 ร้าน 18 ความคิด โดยพ่อค้าแม่ค้นเยาวชนไทย เพื่อคนไทยทุกคน

 

CHANGE INNOVATION MARKET 2025 (CIMK2025) หรือตลาดนัดนวัตกรรม เป็นหนึ่งในรูปแบบการเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมจากผู้เข้าแข่งขันในโครงการแข่งขันแนวคิดนวัตกรรม ประจำปี 2568 (CHANGE INNOVATION AWARDS 2025) เพื่อทำการแข่งขันรอบพิเศษด้วยวิธีการโหวตแบบเปิด (โหวตออนไลน์) แบบรวมทุกหัวข้อการแข่งขัน (ไม่แยกเป็น 3 หัวข้อ) ซึ่งผลงานที่จะนำมาเผยแพร่ในตลาดนัดนวัตกรรมนี้ได้จะต้องมีคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 70 คะแนนจากการแข่งขันรอบคัดเลือกและต้องลงทะเบียนให้ความยินยอมในการเผยแพร่ผลงานนวัตกรรม สำหรับปี 2568 นี้มีผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 18 ผลงาน ซึ่งผู้เข้าแข่งขัน คุณครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง และบุคคลทั่วไป สามารถมีส่วนร่วมด้วยการชมนวัตกรรมทั้งหมดและโหวตให้กับผลงานนวัตกรรมที่ชื่นชอบที่สุด 4 ช่องทาง โดยมีรายละเอียดการโหวตดังต่อไปนี้

  1. โหวตผ่าน Change Poll คิดเป็น 60%
  2. โหวตผ่าน Line Official คิดเป็น 20%
  3. โหวตผ่าน Facebook fanpage คิดเป็น 10% (5% จากการ LOVE, LIKE, WOW และอีก 5% มาจากการ Share โพสต์)
  4. โหวตผ่าน Instagram คิดเป็น 10%

ถ้าพร้อมแล้วไปเดินชม 18 ร้าน 18 แนวคิดนวัตกรรมใน SET B เป็นดังนี้


 

รหัสทีม/รหัสโหวต: CIA25ENG070

ชื่อนวัตกรรม: เครื่องผลิตน้ำตาลกลูโคสจากกระบวนการวัฏจักรคาลวินเทียม (Glucose Production System via Artificial Calvin Cycle)

บทคัดย่อ:

จากสถานการณ์ปัจจุบัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลจากภาคพลังงาน การคมนาคม และอุตสาหกรรม ทำให้โลกกำลังเผชิญกับภาวะ โลกเดือด (Global Boiling) ซึ่งก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและความเสียหายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) จึงถูกนำมาใช้เผื่อบรรเทาผลกระทบ โดยส่วนใหญ่อาศับการกักเก็บ CO2 ไว้ในพื้นที่ปลอดภัยหรือการนำ CO2 ไปใช้เป้นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมบางประเภท แม้จะสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายแต่แนวทางการเพิ่มมูลค่า CO2 ไปสู่สารเคมีมูลค่าสูงหรือการต่อยอดสู่การใช้งานใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมต่างๆ ยังมีข้อจำกัดและช่องว่างทางเทคโนโลยี เพื่อขยายขอบเขตการใช้ประโยชน์จาก CO2 ให้กว้างขึ้น โครงการนี้นำเสนอ SynCal เครื่องต้นแบบที่ออกแบบมาเพื่อจำลองวงจรคาลวิน (Calvin Cycle) ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ชุด Reactor แบบต่อเนื่องหลายขั้นตอน ภายใน Reactor จะติดตั้งเอนไซม์ในลักษณะ Immobilization บนแผ่น Silica Gel เรียงซ้อนกันเพื่อให้สารตั้งต้นไหลเวียนและเกิดปฏิกิริยาได้สูงสุด ในขั้นตอนแรก CO2 จะทำปฏิกิริยากับ Ribulose-1,5-bisphosphate (RuBP) ผ่าน Rubisco เพื่อสร้าง PGA จากนั้น PGA จะถูกเปลี่ยนเป็น Glyceraldehyde-3-phosphate (G3P) ด้วย PGK และ GAPDH โดยใช้ ATP และ NADPH ซึ่งรีไซเคิลได้จากระบบ Reactor reduce ที่ควบคุมสภาวะให้มี H+ เพียงพอกระบวนการต่อเนื่องจาก RuBP กลับมา และส่ง G3P ส่วนหนึ่งไปผลิตเป็น กลูโคส ผ่านเอนไซม์ Aldolase, FBPase, Phosphopentose isomerase (PPI) และ Glucose-6-phosphatase (G6Pase) ระบบทั้งหมด (ยกเว้น Reactor reduce) ทำงานที่ pH 7-8 และอุณหภูมิห้อง เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานของเอนไซม์ตลอดกระบวนการจะมีการหมุนเวียน Mg2+ สำหรับตกตะกอน Pi เพื่อลดของเสียส่วนเกิน SynCal จึงเป็นวัตกรรมที่นำ CO2 มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในอุตสาหกรรมต่างๆ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอน (Carbon Circular Economy) ที่ยั่งยืนในอนาคต

 

คำสำคัญ: ภาวะโลกเดือด, วัฏจักรคาลวิน, การดักจับคาร์บอน, การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์, เครื่องต้นแบบ SynCal, เอนไซม์แบบตรึงสภาพ, น้ำตาลกลูโคส, เศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอน, เครดิตคาร์บอน, เทคโนโลยีชีวภาพ

 

วิดีโอนำเสนอ: รับชมที่นี่

 


รหัสทีม/รหัสโหวต: CIA25MED008

ชื่อนวัตกรรม: การพัฒนาเครื่องวิเคราะห์อะซิโตนในลมหายใจร่วมกับโมเดลการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเบื้องต้น (Development of a Breath Acetone Analyzer Integrated with Deep Learning Models for Preliminary Diabetes Risk Assessment)

บทคัดย่อ:

ในปัจจุบันโรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยพบว่า ประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มีอัตราการป่วยในโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 6.9 ในปี พ.ศ. 2547 เป็น ร้อยละ 8.8 ใน ปี พ.ศ. 2557 (สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย, 2557) และแนวโน้มของโรคเบาหวานยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันวิธีในการวินิจฉัยและติดตามอาการของโรคเบาหวานส่วนใหญ่ตรวจสอบโดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหรือ BGM (Blood Glucose Monitoring) ซึ่งต้องใช้การเจาะเลือดที่อาจสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้ป่วย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทั้งในด้าน ค่าใช้จ่ายและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม จาก ปัญหาดังกล่าวคณะผู้จัดทำจึงคิดค้นและสร้างอุปกรณ์ตรวจคัดกรองความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานเบื้องต้น

 

โดยผู้พัฒนาได้มีแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์ประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเบื้องต้นโดยไม่ต้องอาศัยการเจาะเลือด อุปกรณ์นี้จะใช้การวิเคราะห์ระดับอะซิโตนในลมหายใจ (Breath Acetone Analysis) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) ของภาวะคีโตซิส (Ketosis) ที่สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด โดยระดับอะซิโตนในลมหายใจสามารถสะท้อนภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) และกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ โดยมีการใช้เซ็นเซอร์ TGS1820 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ ชนิดออกไซด์โลหะ (Metal Oxide Semiconductor: MOS) ที่มีความไวสูงต่อโมเลกุลอะซิโตน โดยสามารถเชื่อมต่อกับเว็ป แอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลการวิเคราะห์ได้แบบเรียลไทม์และบันทึกผลการตรวจวัดในแต่ละ ครั้ง พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้งานและนำข้อมูลการตรวจวัดเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ด้วย โมเดล ปัญญาประดิษฐ์เชิงลึก (Al-based Deep Learning Model) เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และทำการออกแบบ ให้สามารถพกพาได้สะดวกและใช้งานง่าย ไม่ต้องเจาะเลือด ทำให้สามารถใช้ในการคัดกรองและติดตามระดับความเสี่ยงของ โรคเบาหวานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

 

คำสำคัญ: โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ; อะซิโตน(Acetone); อุปกรณ์(Accessories); แอปพลิเคชัน(Application)

 

วิดีโอนำเสนอ: รับชมที่นี่

 


 

รหัสทีม/รหัสโหวต: CIA25MED009

ชื่อนวัตกรรม: แผ่นแปะ LED ต้านเชื้อผู้ช่วยฟื้นฟูแผลยุคใหม่ร่วมกับไฮโดรเจลสมุนไพร เพื่อเร่งการสมานแผลในผู้ป่วยเบาหวาน  (Smart light patch)

บทคัดย่อ:

ในปัจจุบันมีผู้ป่วยจนวนมากประสบปัญหาแผลเรื้อรังที่หายช้าโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งอาจนําไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อรุนแรงและการสูญเสียอวัยวะ โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา “Smart light patch” สหรับช่วยเร่งการสมานแผลโดยการผสานเทคโนโลยีแสง LED, ไฮโดรเจลจากวัสดุชีวภาพ, สารสกัดจากใบบัวบก และระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับอาการแผลแบบเรียลไทม์แผ่นแปะนี้ใช้แสง LED สีแดง สีเหลือง และ Near-Infrared (NIR) เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ลดการอักเสบและฆ่าเชื้อโรค โดยทำงานร่วมกับไฮโดรเจลที่ปลอดภัย ย่อยสลายได้เอง และมีฤทธิ์สมานแผลจากใบบัวบก เสริมด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่ตรวจวัดความชื้น อุณหภูมิ และระดับการติดเชื้อของแผล พร้อมเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนมือถือที่ให้คำปรึกษาจากแพทย์แบบเรียลไทม์และแจ้งเตือนเมื่อแผลมีความเสี่ยงผลการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การใช้แสง LED ร่วมกับแผ่นแปะสามารถช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น 30-50% เมื่อเทียบกับการรักษาทั่วไป โดยลดระยะเวลาการหายของแผลเบาหวานจาก 30–60 วัน เหลือเพียง 20–35 วัน นวัตกรรมแผ่นแปะ LED ต้านเชื้อผู้ช่วยฟื้นฟูแผลยุคใหม่ร่วมกับไฮโดรเจลสมุนไพรเพื่อเร่งการสมานแผลในผู้ป่วยเบาหวาน จึงมีศักยภาพสูงในการนําไปใช้ในผู้ป่วยที่บ้าน ลดภาระการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้วัสดุชีวภาพนวัตกรรมแผ่นแปะ LED ต้านเชื้อผู้ช่วยฟื้นฟูแผลยุคใหม่ร่วมกับไฮโดรเจลสมุนไพรเพื่อเร่งการสมานแผลในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นการพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่ม HealthTech และตลาดสามารถดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้ทั้งในและต่างประเทศ

 

คําสำคัญ: แผลเบาหวาน, การสมานแผล, แสง LED, แผ่นแปะอัจฉริยะ, ไฮโดรเจล, ใบบัวบก, นวัตกรรมทางการแพทย์,

เซ็นเซอร์ตรวจแผล, Near-Infrared (NIR), การดูแลแผลที่บ้าน

 

วิดีโอนำเสนอ: รับชมที่นี่

 


 

รหัสทีม/รหัสโหวต: CIA25MED013

ชื่อนวัตกรรม: GluCare: นวัตกรรมตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือดแบบไม่รุกราน เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบันทึกผลและติดตามข้อมูล สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  (GluCare: Development of a Non-Invasive Blood Glucose Monitoring System with App-Based Data Logging and Symptom Tracking for Diabetic Patients)

บทคัดย่อ:

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas พบว่า 1 ใน 10 คน ทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน (กองโรคไม่ติดต่อ & สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ, 2567) ในประเทศไทย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จำนวนร้อยละ 21.12 ซึ่งโรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติแม้ว่าจะไม่มีการรักษาให้หายขาดแต่สามารถป้องกันและควบคุมได้(กรมอนามัย, 2565) จึงจำเป็นต้องมีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันมีการใช้เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดทั้งแบบการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วมือและการฝังเซ็นเซอร์ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการเจ็บปวดและเสี่ยงทำให้ติดเชื้อ นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพผู้ป่วยแล้ว การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดยังนําไปสู่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะติดเชื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม นวัตกรรมนี้มีแนวคิดที่จะพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพของเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่รุกราน จากความสัมพันธ์ของกลูโคสที่เกาะจับฮีโมโกลบิน (HbA1C) อาศัยหลักการดูดกลืนแสงโดยใช้เซนเซอร์และเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันติดตามสุขภาพ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่รุกราน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างต่อเนื่องและสะดวกยิ่งขึ้นรวมไปถึงเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพและรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนาคต

 

คําสำคัญ: โรคเบาหวาน, ฮีโมโกลบิน A1C, การดูดกลืนแสง

 

วิดีโอนำเสนอ: รับชมที่นี่